Creative Thailand

Zanroo มาร์เทค สตาร์ทอัพไทยที่สามารถพาบริษัทก้าวเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

                  ในโลกที่ทุกอย่างอยู่บนเครือข่ายข้อมูลขนาดใหญ่ ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็ว  เทรนด์ที่เปลี่ยนได้ภายในเสี้ยววินาที การครอบครองข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อแบรนด์หมายถึงความสามารถในการทำนายกระแสที่กำลังจะมาถึง ส่งผลให้สามารถเตรียมตัวได้ก่อน   เพราะรู้ถึงข้อได้เปรียบนี้ทำให้ Zanroo มาร์เทค สตาร์ทอัพไทยสามารถพาบริษัทก้าวเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว มีลูกค้ามากกว่า 300 แบรนด์  ครอบคลุมเกือบทั่วเอเชีย


                  Zanroo เป็น Social Intelligence Company อยู่ในหมวดของ Social Technology ในหมวด Social Intelligence  โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ  Software กับ Social Business ส่วนของซอฟแวร์นั้นจะมี Social Listening การทำงานของ Social Listening คือกาวิเคราะห์ข้อมูลจาก Keywords ที่เราป้อนเข้าไป  แล้วเก็บข้อมูลเหล่านี้บนโลกออนไลน์ แบบเรียลไทม์   Zanroo ยืนยันว่าในประเทศไทยยังไม่มีบริษัทที่เดินทางเดียวกัน อาจมีคล้ายๆ กันแต่วิสัยทัศน์ของพวกเขาแตกต่างจากที่อื่น ส่งผลให้การสร้างซอฟแวร์ การให้ข้อมูลแก่ลูกค้าแตกต่างออกไปด้วย


นั่นทำให้ผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้แตกต่างจากที่อื่น เช่นกัน  ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นธุรกิจสิ่งพิมพ์ ที่ต้องการรู้เทรนด์ของผู้บริโภค เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าเราควรยิงข่าวอะไร ใช้ศิลปินคนไหน ให้ได้ผลดีที่สุด เพื่อที่จะเอาสื่อสิ่งพิมพ์นั้นมาทำเป็น ผลิตภัณฑ์ในแต่ละปักษ์ เพราะฉะนั้น Zanroo จะเก็บข้อมูลการใส่ Key Words ที่เกี่ยวข้องกับเรา หรือคู่แข่ง หรือเกี่ยวข้องกับเทรนด์ของตลาด พอ Zanroo เก็บข้อมูลมา คู่แข่งบางรายก็ทำแค่นี้แล้วจบ แต่ Zanroo แตกต่างตรงที่ทำตรงนี้แล้ว เอาไปต่อยอด ก็คือซอฟแวร์เก็บข้อมูล Big Data ออกมาเปลี่ยนมาเป็น Quality Data แต่หลังจาก Zanroo ใช้คน เพื่อเข้ามานั่งอ่าน Quality Data เพื่อเปลี่ยนเป็น Inside เพราะฉะนั้น ทีมของ Zanroo   จะมีทีมเซอร์วิสด้วย  ลูกค้าก็จะได้ประโยชน์ตามที่โจทย์ที่เรียกมาคือไม่ได้ขายซอฟแวร์อย่างเดียว  ขายประโยชน์ที่ว่าตอนนี้แบรนด์สื่อสิ่งพิมพ์ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญคนไหนในการที่จะขยาย ต่อไป ว่าควรจะเอาใครมาลงหนังสือเพราะว่าอยู่ในกระแสเชิงบวก  หนึ่งถึงสิบในลิสต์ที่เราสนใจ เดิมทีเราอาจจะสนใจเบอร์หนึ่ง แต่จริงๆ แล้วคนที่หนึ่งมี Voice ในออนไลน์เชิงลบที่สุด เชิงลบด้านไหน เราจะเอามาเล่นตรงจุดนั้นได้ไหม เราจะทำถึงระดับนั้นเลย


อย่างสื่อสิ่งพิมพ์ถ้าใช้ Zanroo เราจะรู้เลยว่าในหนึ่งปีข้างหน้าควรโฟกัสหรือพูดอะไรที่เป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับเทรนด์ในอนาคต ตอนนี้เขาคุยอะไรกันไปแล้วบ้าง คู่แข่งเราเล่นคอนเทนต์ไหน หรือเราควรจะเล่นคอนเทนต์อะไรที่กำลังจะเป็นเทรนด์ในอนาคต แล้วระหว่างทำผลตอบรับเป็นยังไง เรามีแคมเปญที่มันออนแอร์หรือว่าแคมเปญที่มันเป็นเรียลไทม์แคมเปญ สั้นๆ สามเดือน เราจะดูว่าวันแรกที่เราปล่อยแคมเปญไปผลตอบรับเป็นยังไง หรือว่าวันนี้ออกหนังสือไปแล้วหรือว่ามีอะไรที่เป็นแคมเปญจบไปแล้ว ผลตอบรับ เป็นยังไงก็มาวัดผลได้ เรื่องไหนดี เรื่องไหนไม่ดี เรื่องไหนถูกพูดถึง ดังแค่ไหน  เราต้องรู้ว่าแคมเปญต่อไปเราต้องมี benchmark เป็นของตัวเอง  มันดังแค่ไหน เมื่อเทียบกับตัวเราเอง แคมเปญที่ผ่านมากับแคมเปญใหม่อันไหนดีกว่ากัน แล้วเมื่อเทียบกับคู่แข่งแคมเปญของเราเป็นยังไง

 

เรียกได้ว่าจุดแข็งก็อีกอย่างก็คือ Zanroo นั้นเมื่อได้ข้อมูลมาแทนที่จะส่งให้กับลูกค้า แต่พวกเขามีทีมที่พร้อมจะวิเคราะห์ข้อมูล เรียกว่าทำตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ หัวใจของธุรกิจสามส่วน คือ


 1. Keywords คือ strategy   มีทีมช่วยคิด strategy 

 2. คือซอฟแวร์ ซอฟแวร์เราสามารถเก็บข้อมูลได้มากพอไหม เข้าใจภาษา  local มากพอไหม แล้วมีข้อมูลครบไหม

 3. คือทีม analysis เราเข้าใจโจทย์ถูกไหมทีม Zanroo เก็บสามส่วนนี้ที่เป็นจุดแข็ง ของเรา

เรื่องวัฒนธรรม หรือภาษาก็ไม่ได้เป็นปัญหาเพราะทีมของ Zanroo เข้าใจลูกค้า  เข้าใจวัฒนธรรมลูกค้า  เข้าใจตลาดของลูกค้า ซึ่งทุกอย่างทำได้ ซอฟแวร์ตอบโจทย์ คนตอบโจทย์ เลือกคนได้ ก็สเกลได้

และเป้าหมายสูงสุดของพวกเขาตอนนี้คือการเป็น World – Class Software เพราะการเข้าสู่ตลาดของสิงคโปร์ที่มีคู่แข่งหลายรายได้แล้ว  ตลาดต่อไปก็คืออเมริกา จีน และยุโรป 


 

Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0