Creative Thailand

"สำรับสำหรับไทย" อาหารไทยจานเดิม เติมรสด้วยความคิดสร้างสรรค์

WORDS: DHEPPRATHAN HEMMUANG 


หลายคนอาจสังเกตได้ว่าช่วงนี้วงการอาหารบ้านเรา นั้นกำลังคึกคักสุดๆ ทั้งการเข้ามาของ มิชลินสตาร์ รายการทีวีต่างๆ ที่มีการทำอาหารเป็นพระเอกของรายการ รวมถึงร้านอาหารใหม่ๆ ฝีมือคนไทยที่มีความแปลกใหม่ (ไม่ใช่แค่ร้านใหม่) ยังผุดขึ้นราวกับเห็ดหน้าฝน และความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ไม่กล่าวถึงใน Creative Thailand ไม่ได้ คือการการรวมตัวกันของกลุ่มคนรักอาหาร ที่เรียกตัวเองว่า 'สำรับสำหรับไทย'  

 

สำรับสำหรับไทย เกิดจากการที่ผู้ก่อตั้งต้องการใช้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารไทยและวิถีแบบไทย นิยามของอาหารไทยที่พวกเขายึดเป็นแนวทางนั้นแตกต่างจากคนทั่วไป เพราะอ้างอิงจากเรื่องเล่า หนังสือ ตำราอาหารในอดีตที่ส่งต่อกันมา อาทิ ตำราอาหารและขนมไทย ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์  กุลสตรีไทยซึ่งเป็นธิดาของเจ้าขุนมูลนายในอดีต ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ท่านเป็นผู้รวบรวมตำราต่างๆเหล่านี้ไว้ในหนังสือชื่อ "แม่ครัวหัวป่าก์" โดยสูตรอาหารไทยโบราณต่างๆ เหล่านี้ยังได้มาจาก หนังสือแจกในงานศพ งานบุญสมัยก่อน ฯลฯ ที่มีการพิมพ์แจกกันเป็นเรื่องปกติ โดยสำรับสำหรับไทย นำสูตรเหล่านี้มาประยุกต์และการปรับตัวให้เป็นรายการอาหารเพื่อให้เข้ากับบริบทสังคมปัจจุบัน

 

เริ่มต้นจากการพบปะสังสรรค์พูดคุยกันของกลุ่มเพื่อน อันได้แก่ 1. ปริญญ์ ผลสุข (หัวหน้าพ่อครัว ห้องอาหาร Nahm) 2. มิ้น - ธัญญพร จารุกิตติคุณ (นักจัดการความรู้ด้านสังคม อาหารและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน) 3. วราพันธ์ จันทร์ธง (แม่ครัว) 4. อรุษ เลอเลิศกุล (พ่อครัว) และ 5. จีราวิชช์ มีแสงนิลวีรกุล (พ่อครัว) คุณมิ้นผู้จัดการทีมเล่าว่าช่วงแรกนั้นพวกเขาไม่มีร้านประจำ แต่มันคือการให้บริการอาหารที่ควบคู่ไปกับการเสพความคิดสร้างสรรค์ พวกเขาขายไอเดียของการตีความอาหารไทยโบราณออกมาในรูปแบบที่สนุกสนาน มีความหมายให้คนสัมผัสได้และที่สำคัญคืออร่อย (ตอนนี้มีหลักแหล่งเป็นทางการแล้วหลังแกลเลอรี่ของ 56th Studio)

 

ความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มสำรับสำหรับไทยนั้น คือการดำเนินธุรกิจสร้างสรรค์แบบไม่ยึดติดกับสถานที่ประจำ หรือมีเนื้อหาสาระที่ตายตัวอยู่กับวิธีคิดเดิมๆแบบร้านอาหาร เมื่อมีลูกค้าติดต่อมา เขาจะคิดธีมขึ้นมาก่อน จากนั้นตั้งชื่องานนั้นใหม่เสมอโดยขึ้นต้นว่า "สำรับ"  โดยจะดูจากกลุ่มเป้าหมายที่สนใจใช้บริการในวาระนั้น แล้วระดมความคิดเรื่องสูตรอาหารหรือรายการอาหารว่าจะทำอะไรให้ เหมาะสมสอดคล้องกับกลุ่มบุคคลเหล่านั้นดี






โดยจะเน้นทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เป้าหมายคือสามารถเชื่อมโยงอดีตมาสู่ปัจจุบันได้ จากนั้นก็หาวัตถุดิบมาประยุกต์ใช้ ที่สำคัญคือใช้วิธีการปรุงแบบดั้งเดิม รักษาความเรียบง่ายไว้ เพียงแต่ใช้วัตถุดิบและการนำเสนอที่โดดเด่นออกมา มิ้นกล่าวเพิ่มเติมว่า สูตรอาหารไทยสมัยก่อนที่มีความสำคัญมักถูกดองไว้เก็บไว้แค่ในหนังสือเก่า ไม่มีใครเอาออกมาใช้จริง เพราะมันยุ่งยากและหากทำขายจริงๆในร้านคงมีราคาแพงมาก ดังนั้น สำหรับสำหรับไทยจึงพยายามนำมาดัดแปลงโดยที่ยังคงวิถีการปรุงและคงความรู้สึกที่จะได้รับจากอาหารไว้เช่นเดิม 

 

สถานที่ตลอดจนของใช้และเครื่องครัวจะเป็นการใช้ของสถานที่ที่ไปจัด อย่างเช่น ตามร้านอาหารที่รู้จักคุ้นเคยริมน้ำก็จะใช้ของทางร้านเลย หรือที่บ้านคนใดคนหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่เป็นลูกค้า หรือวิธีอื่นๆที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะการนำเสนออาหารเน้นความเป็นพื้นๆตามสถานที่นั้นและสิ่งที่มีอยู่ในครัวจริงๆ ซื้อใหม่เพิ่มเติมเฉพาะบางสิ่งที่ไม่มี

 

ตัวอย่างกิจกรรมที่ผ่านมาของสำรับสำหรับไทยเช่น ร้านอาหารเฉพาะกิจสำหรับงาน Bangkok Art Book Fair  ป็อบอัพดินเนอร์ 'สำรับทานสมัย' ที่จัดขึ้นที่ร้าน 80/20 หรือ การจัดงานเสวนา “Creativity onwards: สำรับทานสมัย” เป็นกิจกรรมประกอบนิทรรศการ “Creativity onwards: สำรวจงานสร้างสรรค์ไทยเพื่อไปต่อ” โดยนำวิทยากรผู้ทรงความรู้ด้านอาหารอย่าง อาจารย์ธเนศ วงศ์ยานนาวา มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเกร็ดความรู้เกี่ยวกับอาหารไทยกันอย่างครืนเครงอีกด้วย




กิจกรรมทุกครั้งจะเริ่มจากไอเดียสนุกๆ อย่างการทำอาหารให้กับกลุ่มผู้หญิงซึ่งเป็นเพื่อนสนิทๆกันประมาณ 10 คน ทุกคนล้วนเป็นแม่บ้านอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ชื่อธีมของงานจึงคิดออกมาว่า "สำรับสำหรับแม่บ้าน" ฟังดูอาจจะธรรมดาแต่รายการอาหารนั้นสื่อถึงความเป็นวิถีไทยได้ดีจริง เช่น "ผีขยำหัว" มันคือหอยนางรมสดทรงเครื่อง แต่นำเสนอชื่อออกมาขำๆและมีความหมายทะลึ่งตามนิสัยคนไทย เหตุผลที่ใช้ชื่อนี้เพราะเล็งเห็นว่าหอยนางรมกินแล้วคึกคักเพิ่มพลังทางเพศ ช่วยให้แม่บ้านสนุกกับคุณพ่อบ้านได้ง่ายขึ้น เป็นต้น สำรับสำหรับไทย อยากทำอาหารไทยดีดีที่ทุกคนอาจจะคุ้นเคย แต่ไม่คุ้นชิน อาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่เคยกิน หรือไม่เคยได้ยิน และอยากลองกิน อยากให้รู้จักกับมันมากขึ้น เข้าถึงมากขึ้นและให้มันยังคงอยู่กับวิถีชีวิตของคนไทย ต่อไป

สำรับที่ 1 : สำรับไทยกับวิถีริมน้ำชาวกรุง

 

วิถีชีวิตคนไทยใช้แม่น้ำเยอะ มีวิถีชีวิตอยู่ริมน้ำ เชฟ ปริญญ์ เองก็เป็นคนผูกพันกับแม่น้ำ อยู่กับแม่น้ำแล้วมีความสุข เมนูในวันนั้นไม่ได้ตั้งใจโยงกับแม่น้ำโดยตรง แต่ต้องการนำเมนู โบราณเก่าๆ มาทำให้คนรู้จักมากขึ้น วิถีชีวิตริมน้ำที่ต้องการสื่อจึงหมายถึงความผูกพันระหว่างแม่น้ำกับวิถีชีวิตของคน ได้พูดคุยและร่วมทานอาหารตำรับไทยตามวิถีครัวเรือน สร้างความพิศมัยใหม่กับอาหารไทยที่ไม่คุ้นชิน ร่วมสร้างประสบการณ์และความหมายใหม่ที่มีความหมายกับตัวเองและผองเพื่อน ด้วยความคุ้นเคยกับลุงแจ็คและแม่ครัวที่ร้านแจ็คบาร์ ทุกคนมีความเห็นร่วมกันที่อยากจะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการนำเสนออาหารไทย ในวิถีที่เราเป็น  เพื่อนำสิ่งที่เราเข้าใจส่งต่อให้ทุกคนได้ร่วมทานกันในบรรยากาศที่สบายๆ ริมน้ำ เหมือนมาทานอาหารที่บ้านเพื่อน กินอาหารไทยที่ทุกคนอาจจะไม่คุ้นชิน แต่บรรยากาศและความเป็นกันเองนั้นทำให้ทุกคนเริ่มพูดคุยกันและกินอาหารร่วมกันอย่างคุ้นเคย






สำรับที่ 2 : สำรับทานสมัย

 

เมนูจากกิจกรรม สำรับทานสมัย ที่สำรับสำหรับไทย จับมือกับร้าน 80/20bkk เพื่อนำเสนอมุมมองใหม่ของอาหารไทยในสมัยนี้ ด้วยวัตถุดิบเดียวกัน แนวคิดต่างกัน วิถีการปรุงต่างกัน เพื่อร่วมสร้างบทสนาและสะท้อนคิดถึงนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ผ่านอาหาร





SUMMARY

- อาหารไทย เป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมของคนไทย ที่สามารถนำมาต่อยอด สร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ไม่รู้จบ เป็น 1 ใน 5 องค์ประกอบ ดีเอ็นเอ 5Fs (Fighting, Festivals, Foods, Fashion, Films) กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

- ประเทศไทยเป็นผลิตสินค้าอาหารที่สำคัญอันดับต้นๆ ของโลก และยังเกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการและท่องเที่ยวอีกด้วย การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอาหารด้วยความคิดสร้างสรรค์ จะเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ (Growth engine) สำคัญในอนาคต

 

ติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ที่ facebook.com/samrubforthai


ภาพ: สำรับสำหรับไทย



Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0