Creative Thailand

วิชาแปลก

วิทย์ คณิต สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิชาสามัญที่ใครหลายคนทั้งรักทั้งเกลียดเหล่านี้ยังต้องขอยอมแพ้ เมื่อเจอกับคอร์สการเรียนรู้ “วิชาแปลก” ของเด็กๆ เจเนอเรชั่นนี้ ที่ไม่ได้มีดีแค่ความแปลก แต่ยังแลกมาด้วยประสบการณ์และการเรียนรู้แบบเหนือจินตนาการและยังสะท้อนภาพของสังคมยุคใหม่ได้แบบที่วิชาสามัญไหนๆ ก็ให้ได้ไม่เท่า

 

รายวิชา Drag Queen Story Hour (สหรัฐอเมริกา)

เพราะสังคมในวันนี้เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งความเชื่อ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ค่านิยม หรือแม้แต่เพศ แล้วเราจะช่วยให้เด็กๆ ยุคใหม่เรียนรู้ความแตกต่างทางเพศเหล่านี้ได้อย่างไรแบบไม่ขัดเขิน ซ้ำยังช่วยให้พวกเขาอยู่ร่วมกับความแตกต่างได้อย่างราบรื่น Drag Queen Story Hour (DQSH) คือหนึ่งในกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในซานฟรานซิสโกจากการริเริ่มของมิเชล ที (Michelle Tea) นักเขียนผู้ขับเคลื่อนประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศ ก่อนจะกระจายไปยังห้องสมุด โรงเรียน และร้านหนังสือทั่วสหรัฐฯ เด็กๆ จะได้สนุกไปกับเหล่าแดร็กควีน (กลุ่มคนที่กายเป็นชาย แต่งตัวเป็นหญิง) ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาปรากฏตัวในเครื่องแต่งกายสีสันสดใสและเปี่ยมด้วยจินตนาการ ชวนเด็กๆ มาล้อมวงฟังนิทานที่บ่มเพาะให้พวกเขาเปิดรับความหลากหลายในสังคม พร้อมกับปลุกความมั่นใจให้มีความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง เช่น นิทานเรื่อง “Everyone is Different” ที่พูดเรื่องความแตกต่าง และ “Neither” ที่สอนให้พวกเขาเป็นมิตรกับคนอื่น ฯลฯ สอดแทรกด้วยกิจกรรมดีไอวายสร้างเสริมจินตนาการอย่างง่ายๆ อย่างการประดิษฐ์มงกุฎหรือหน้ากาก ก่อนจะปิดท้ายด้วยปาร์ตี้เต้นรำแบบสุดเหวี่ยง

 

รายวิชา Wasting Time on the Internet (สหรัฐอเมริกา)

ภาควิชาภาษาอังกฤษแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ในฟิลาเดเฟีย สหรัฐอเมริกา ได้รังสรรค์รายวิชาสุดแปลกให้กับเหล่านักศึกษาโดยเรียกชื่อวิชานี้ว่า “ฆ่าเวลาไปกับอินเทอร์เน็ต” (Wasting Time on the Internet) วิชาที่ไม่ต้องมีหนังสือประกอบการเรียนการสอน ขอแค่มีแล็ปท็อปและสัญญาณอินเทอร์เน็ต เด็กๆ ก็ฝึกฝนทักษะการเขียนได้อย่างสร้างสรรค์ผ่านการมีปฎิสัมพันธ์ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย แช็ตรูม หรือแอพฯ LISTSERV บริการที่อนุญาตให้นักการศึกษาสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มสนทนาที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลที่ทันสมัยตลอดเวลา อาจารย์เคนเน็ธ โกลด์สมิธ (Kenneth Goldsmith) ได้เขียนบทความชิ้นหนึ่งลงในนิตยสารเดอะ นิวยอร์กเกอร์ ว่าทุกวันนี้เราได้อ่านและเขียนกันมากกว่าในยุคของเจเนอเรชันไหนๆ เพียงแต่เราอ่านและเขียนมันต่างจากที่เคยเป็นมาเท่านั้น เช่น การอ่านแบบสแกน การลากผ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว การทำบุ๊กมาร์ก การส่งต่อ การรีทวีต เขียนบล็อก หรือแม้แต่การสร้างภาษาแปลกๆ ที่เราเองไม่ได้ตระหนักว่ามันเป็นงานเขียนหรือวรรณกรรมเท่านั้นเอง

 

รายวิชา #SelfieClass (สหรัฐอเมริกา)

ถือเป็นอีกหนึ่งรายวิชาที่เข้ากับยุคสมัยอย่างแท้จริง เมื่อภาควิชาการเขียนแห่งมหาวิทยาลัยเซาท์เธิร์นแคลิฟอร์เนีย ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เปิดรายวิชาที่ชื่อ “การเขียน 150: การเขียนและการใช้เหตุผลเชิงวิเคราะห์ : การระบุตัวตนและความหลากหลาย” (Writing 150: Writing and Critical Reasoning: Identity and Diversity) ซึ่งหนึ่งในใบงานของรายวิชาก็คือการให้นักศึกษาถ่ายรูปเซลฟี่ของตัวเอง 5 ครั้ง พร้อมกับเขียนบรรยายเป็นคำตอบทันทีว่า “รูปเซลฟี่ของคุณสร้างและบดบังความเป็นตัวตนของคุณอย่างไร” เรียกว่าวิชาสุดแปลกนี้คงทำให้เหล่านักศึกษาเลิกคิดถึงแอพฯ ที่จะนำมาใช้แต่งรูปเซลฟี่ไปสนิท เพราะคงต้องคิดถึงแต่การตีความอย่างไรให้ได้ใจอาจารย์มากที่สุดไปแทน

 

รายวิชา Rap Poetics (แคนาดา)

กระแสแรปเปอร์กำลังฮิตถล่มทลายในหลายประเทศ ไม่เว้นแม้แต่บ้านเราที่หลายคนจะพูดอะไรเป็นต้องใส่ทำนองและคำคล้องจองให้แร็ปได้ลื่นไหลเป็นพิเศษกันทั้งนั้น เช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตรอนโต สการ์โบโรห์ ในออนทาริโอ ประเทศแคนาดา ที่หยิบเอาทักษะการแร็ปมาสร้างสรรค์เป็นรายวิชาสุดแปลก โดยการให้นักศึกษาได้เรียนรู้องค์ประกอบต่างๆ ของการแร็ป ตั้งแต่ทักษะการแร็ปแบบชวนเชื่อ ชนิด ประเภท ความหมาย ไปจนถึงการลำดับเนื้อร้องและทำนองของศิลปะการแร็ป ที่ไม่ใช่แค่การให้เด็กๆ มาฝึกแร็ปกันในคลาสเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์และที่มาที่ไปของคำว่า “แร็ปคือบทกวี” ท่วงทำนองที่ได้ใจคนไปค่อนโลกนี้อย่างลึกซึ้งทีเดียว 

 

รายวิชา Forever Young: Fang-Ophilia in Contemporary Western Culture (แคนาดา)

หากเคยสงสัยว่าอะไรที่ทำให้กระแสแวมไพร์สุดหล่อในภาพยนตร์เรื่อง Twilight ถึงได้เป็นที่ชื่นชอบและหมายปองของสาวๆ ที่มีเลือดเนื้อจริงๆ กันนัก นั่นอาจเป็นเพราะเทคนิคในการสร้างเสน่ห์ให้กับบรรดาแวมไพร์ผู้เป็นเจ้าของผิวซีดเซียวและเขี้ยวเสน่ห์แถมยังดูเด็กตลอดกาลแบบไม่มีวันแก่หรือตาย ในคลาสสุดพิเศษที่ชื่อว่า Forever Young: Fang-Ophilia in Contemporary Western Culture ของมหาวิทยาลัยเวสต์เทิร์น ออนทาริโอ ในแคนาดานี้ จะสอนประวัติศาสตร์เบื้องหลังของเหล่าแวมไพร์เขี้ยวเสน่ห์ผ่านการเลคเชอร์เพียวๆ ถึง 3 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งเน้นไปที่การสะท้อนภาพความเป็นอมตะของเหล่าแวมไพร์ซึ่งกลายเป็นรูปลักษณ์ที่น่าปรารถนาในสื่อตะวันตกมากมายแห่งศตวรรษที่ 21

 

หลักสูตร Ethical Hacking (สก็อตแลนด์) 

มหาวิทยาลัยอเบอร์เทย์ ดันดี เป็นมหาวิทยาลัยใหม่ทันสมัยใจกลางเมืองดันดีของสก็อตแลนด์ ซึ่งได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารไทม์ ให้เป็นท็อปเท็นมหาวิทยาลัยใหม่ของสหราชอาณาจักร โดยจุดเด่นของที่นี่ยังอยู่ที่คอร์สการเรียนการสอนสุดแปลกที่หาไม่ได้จากมหาวิทยาลัยทั่วไปในโลก อย่างหลักสูตร 4 ปีดีกรีปริญญาที่ชื่อว่า Ethical Hacking and Countermeasures ซึ่งสนับสนุนให้นักศึกษามีวิจารณญาณและความสามารถในการจัดการกับเหล่าแฮ็กเกอร์ได้อย่างสร้างสรรค์และมีมาตรฐาน โดยนักศึกษาที่เลือกศึกษาในคอร์สนี้ ซึ่งนับเป็นคอร์สแรกของโลกที่เปิดสอนครั้งแรกเมื่อปี 2006 จะได้พัฒนาทักษะความเข้าใจกระบวนการเบื้องหลังการเข้าโจมตีของแฮ็กเกอร์ ไปจนถึงการพัฒนามาตรการรับมือ และความรู้เชิงเทคนิคเพื่อความปลอดภัยของระบบและเครือข่าย เป็นต้น โดยบรรดาศิษย์เก่าของที่นี่ส่วนใหญ่ได้กลายไปเป็นบุคลากรสำคัญที่ช่วยจัดการระบบรักษาความปลอดภัยในเชิงเทคโนโลยีสารสนเทศแล้วเป็นจำนวนมาก  

 

เรื่อง : กองบรรณาธิการ

ที่มา https://web.tcdc.or.th/th/Articles/Detail/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%81