Creative Thailand

'ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก' หนังสือสุดคราฟต์ที่สะท้อนความเป็น 'อินเดีย' ได้อย่างถึงแก่น

Writer : Editor Team


แวบแรกที่ได้สัมผัสกับหนังสือ 'ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก' ของนักเขียน พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่เรารู้จักนั้น ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาคือ "นี่มันหนังสืออินเตอร์แอ็คทีฟชัดๆ" และความอินเตอร์แอ็คทีฟที่ว่าไม่ได้มาจากเทคโนโลยีล้ำสมัยใดๆ ไม่ได้มีคิวอาร์โค้ดให้สแกนหรือมีป็อปอัพสามมิติ แต่มันเป็นทุกองค์ประกอบที่ก่อร่างขึ้นมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ทั้งปกหนังสือที่มีให้เลือกทั้งแบบปกผ้าและปก Tyvek ไหนจะโปสการ์ดรูปมหาตมะคานธีนั่นอีก แล้วยังมีที่คั่นหนังสือเป็นงานคราฟต์อีก เปิดไปเปิดมา มีตั๋วรถไฟแทรกอยู่อีก! ทุกองค์ประกอบที่ผู้เขียนใส่ลงไปล้วนทำให้เราอยากหยิบขึ้นมาสัมผัส





ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก คือหนังสือเล่มแรกของพัทริกา นักเดินทางที่หลงรักอินเดียอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และหนังสือเล่มนี้ก็เกิดจากการตกตะกอนจากการเดินทางไปอินเดียกว่า 30 ครั้งภายในระยะเวลา 11 ปีของเธอ พัทริกาเป็นนักเล่าเรื่องที่เก่ง เธอถ่ายภาพสวย แต่เธอบอกว่าสิ่งที่ทำให้น่าจะทำให้คนรู้สึกถึงความเป็นอินเดียที่สุดน่าจะเป็นผิวสัมผัส "เราบอกตัวเองตั้งแต่แรกเลยว่าหนังสือต้องมีผิวสัมผัส ถ้าใครรู้จักอินเดียมากพอ จะเก็ตกับคำว่า ‘อินเดียต้องมีผิวสัมผัส’ ความมหัศจรรย์ของอินเดียคือแม้แต่เหล็กขึ้นสนิมริมถนน แต่ดันมีส่าหรี่สีมชมพูของชาวบ้านที่ไหนก็ไม่รู้มาวางทับซ้อนอยู่ด้านบน มันเลยกลายเป็นองค์ประกอบของการจัดวางตามธรรมชาติที่สวยแปลกตาอย่างไม่น่าเชื่อ " การเลือกทำออพชั่นให้มีปกผ้าด้วยก็ไม่ได้เป็นแค่กิมมิก "เราต้องการเห็น texture ของมันในการถูกใช้งาน ยิ่งมันถูกจับมากเท่าไหร่ ผ่านประสบการณ์ในการถูกหยิบเปิดบ่อยเท่าไหร่ ขอบปกที่เป็นวัสดุผ้าก็จะค่อยๆ รุ่ย เป็นเส้นๆ ซึ่งนี่ล่ะที่เราอยากเห็น นี่ล่ะคืออินเดีย ยิ่งรุ่ยยิ่งมีคุณค่า มีคุณค่าในประสบการณ์ของมัน สวยแบบไม่ต้องสมบูรณ์ " นอกจากตัวหนังสือเองแล้ว เธอยังสื่อถึงความเป็นอินเดียผ่านของแถมและของจุกจิกที่เธอซื้อสะสมมาเรื่อยๆ ทั้งคั่นหนังสือดอกดาวเรืองเย็บมือทั้งชิ้น ซึ่งเป็นผลงานของนักออกแบบในเดลี  โปสเตอร์วินเทจ หรือแม้แต่เชือกใช้มัดพัสดุที่เราผูกปลายด้วยเศษผ้า Block Printing จากเมืองจัยปูร์สำหรับเป็นคั่นหนังสือ และในบางล็อต หนังสือของเธออาจมาพร้อมกับกลิ่นธูปที่เธอบังเอิญไปค้นเจอและใส่ลงไปเพื่อเสริมบรรยากาศด้วย




ด้วยความที่เต็มไปด้วยรายละเอียด พัทริกากล่าวว่านับเป็นเรื่องโชคดีที่เธอและสำนักพิมพ์ 'มาลาฤดูร้อน' ที่เธอก่อตั้งขึ้นนั้นได้พาร์ทเนอร์เป็นโรงพิมพ์ที่เข้าใจสิ่งที่เธอต้องการจะทำ และยินดีทดลองไปร่วมกับเธอด้วย ผลที่ได้จึงเป็นหนังสือที่มีชีวิต ซึ่งเป็นเป้าหมายของเธอ "หนังสือพันกว่าบาท จะทำยังไงให้คนที่ไม่รู้จักเรายอมซื้อ เราเลยรู้สึกว่าก่อนจะทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเราทำอะไรได้ เราต้องทำให้เขาเห็น ให้เขาเชื่อ ให้เขารู้สึกได้จริงๆ กับงานที่เราส่งออกไปในราคาที่เขารู้สึกว่าพอจ่ายได้โดยไม่เดือดร้อนเสียก่อน  ให้เขาได้จับ ให้เขาได้สัมผัส ได้ทำความรู้จักคนแปลกหน้าที่เข้ามาในชีวิต แล้วพอเล่มต่อๆ ไป เราจะไม่ต้องมานั่งอธิบายอะไรกันยืดยาวอีกเลย และจริงๆแล้ว เราไม่ได้ต้องการคนซื้อมากมาย เราแค่ต้องการกลุ่มคนที่แข็งแรงจริงๆ ที่ชอบงานในแบบเรา ซึ่งตอนนี้ต้องขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่ซื้อหนังสือเราไปโดยที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ขอบคุณจริงๆ "


Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0