Creative Thailand

ศาสตร์แห่งการตัดเย็บสูทและเคล็ดลับในรายละเอียดของ Pinky Tailor

Writer : Editor Team


พิงค์กี้ เทเลอร์ (Pinky Tailor) ร้านออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าเฉพาะบุคคลเปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2523 (ค.ศ.1980) โดย มร.พิงค์กี้ (Mr.Pinky) ผู้เป็น Tailor Master ที่มีพรสวรรค์ จากร้านแรกในจังหวัดอุดรธานี ที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐอเมริกาในเวลานั้น มีลูกค้าฝรั่งต่างชาติที่ต้องมารายงานตัวกับฐานทัพที่นั่น ทำให้มีลูกค้ามากหน้าหลายตา กระนั้นเมื่อฐานทัพทหารอเมริกันถอยออกไปจากจังหวัดอุดรฯ มร.พิ้งค์กี้ จึงเข้ามาเปิดกิจการที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรกที่ห้างไดมารู  ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่บริเวณเพลินจิตเช่นในปัจจุบัน



        จากอดีตที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักการทูต นักธุรกิจ และผู้หลักผู้ใหญ่ ธุรกิจในรุ่นที่ 2 ของ พิงค์กี้ เทเลอร์ (Pinky Tailor) โดย ปวิณ ผลิตเดชตระกูล Owner & Head Designer at Pinky Tailor ทายาทรุ่นที่ 2 หนุ่มวิศวะวัย 33 ปีที่กลับมาสืบทอดกิจการที่บ้าน ทำให้ฐานลูกค้าของ พิงค์กี้ เทเลอร์ (Pinky Tailor) ขยับขยายออกไปจากเดิม โดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่มาเป็นลูกค้ามากขึ้น ปัจจุบันแม้จะรักษาความเชี่ยวชาญและเทคนิคในการทำสูทแบบคลาสสิคเฉพาะตัว แต่เทคนิคและวิธีในการทำสูทของ  พิงค์กี้ เทเลอร์ นั้นก็เปลี่ยนไปในหลายมิติ




              
              สูทคือภาพสะท้อนของคนใส่  

พิงค์กี้ เทเลอร์ (Pinky Tailor)  มีวิธีการตัดเย็บและการสร้างแพตเทิร์นที่ทันสมัยขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีความโดดเด่นทางด้านดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร จนสามารถนำคอลเลคชั่นสูทของ พิงค์กี้ เทเลอร์ ไปแสดงคอลเลคชั่นในงาน Paris Fashion Week และ New York Fashion Week เมื่อปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ.2016) มาแล้ว เทคนิคในการตัดสูทในยุคใหม่ของร้านให้ความสำคัญกับแพตเทิร์นที่เนี๊ยบในแบบสูท Tailor made โดยให้ความสำคัญกับรายละเอียดในการคัดเลือกวัตถุดิบ ผ้า ซับใน กระดูม รายละเอียดต่างๆ ไปจนถึงการออกแบบใหม่ เหมาะกับโอกาสและสามารถดึงความโดดเด่นของบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ โดยนำความเป็นช่างทำเสื้อผสานกับหลักวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้ร่ำเรียนมาในการคำนวณสรีระมนุษย์เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุดในการตัดเย็บ  




            รายละเอียดคือทุกสิ่ง

        ในการทำสูทให้สมบูรณ์แบบที่สุดของ  “พิงค์กี้ เทเลอร์” ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะขั้นตอนการวัดตัว เพราะความสมบูรณ์ของงานจะต้องอยู่ที่ความเข้าใจที่ตรงกันระหว่าง “ลูกค้า” และ “ช่าง” ตอนวัดตัว คือ ขั้นตอนที่ต้องระมัดระวังที่สุด เพราะสิ่งที่เราคิดว่าพอดี อาจจะหลวมไปในความรู้สึกลูกค้าหรือในบางครั้งที่เราคิดว่าหลวมสำหรับบางคนเขาก็อาจจะรู้สึกว่าพอดี


    จุดเด่นในการตัดเย็บสูทของ Pinky Tailor ยังอยู่ที่การเล่นลูกเล่นในดีเทลกับผ้าได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าซับใน ที่มีให้เลือกเป็นพันๆ แบบ หรือสามารถเพ้นท์ลายได้ หรือการออกแบบลายตะเข็บที่ลูกค้าสามารถออกแบบลายได้ตามที่ต้องการ เพราะในการตัดเย็บจะใช้วิธี Tailor made โดยสามารถกำหนดสัดส่วนได้ตามต้องการ รวมถึงรายละเอียดทุกจุด ไม่ว่ากระเป๋า กระดุม ปกใน ผ่าหลัง ซับใน ที่สำคัญ ด้วยวิธีการดังกล่าว ทำให้ไซส์ที่ออกมาจะเป็นไซส์แบบของเราคนเดียว มีความประณีตและพอดีกว่า สูทในแบบ Ready Wear ที่จะใช้การกำหนดขนาดในการตัดเย็บจากไซส์มาตรฐานกลาง เช่น มาตรฐานของคนเอเชีย มาตรฐานของคนยุโรป ซึ่งทำให้ในแง่ของรายละเอียดและความเนี๊ยบนั้นแตกต่างกัน


    งานทำสูท Tailor made ก็เหมือนงาน Craft การดึงเอารายละเอียดที่แสดงให้เห็นในฐานะงานทำมือ (Handmade) ซึ่งยังเป็นงานที่ต้องใช้แรงคนทำ ในการทำสูทจึงต้องพยายามดึงเสน่ห์ของความเป็นคราฟท์ ความเป็นงานแฮนด์เมด โดยโชว์ให้เห็นในรายละเอียดที่แสดงให้เห็นว่าทำด้วยมือ เช่น รายละเอียดของตะเข็บ กระเป๋า กระดุม เป็นต้น


    ปัจจุบัน สูท ที่พิงค์กี้ เทเลอร์  สามารถแบ่งตามประเภท Pattern ได้แก่ สูทกระดุมแถวเดียว (Power Suit Single Breated), สูทกระดุมสองแถว (Double Breated) และสูททักซิโด (Texedo) ขณะที่หากจัดแบ่งเป็นประเภทอาจจะแบ่งได้คร่าวๆ ได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. Casual Suit สูทแบบลำลอง น้ำหนักเบา ใช้ผ้าที่ไม่มีการเสริมไหล่ และ 2. Power Suit มีความเป็นทางการ ตะเข็บมีรายละเอียดชัดเจน ไม่บางและเบาเหมือนแบบแรกโดยผ้าที่เป็นที่นิยมในการตัดสูท ได้แก่ ผ้าคอตตอน 100% ผ้าลินิน และผ้า wool


    อย่างไรก็ตามเทรนด์ของสูท ยังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ปัจจุบันสูทที่เป็นที่นิยมและร่วมสมัย ปกจะใหญ่ขึ้น ตัวมีความยาวมากขึ้นกว่าเดิมอีกนิด และสูทแบบสองแถวหรือ Double Breated ก็กำลังเป็นที่นิยม และในฐานะ Tailor Master ผู้รักความท้าทายของ พิงค์กี้ เทเลอร์ เราจึงได้เห็นควาแปลกใหม่ผ่านคอลเลคชั่นตามหน้านิตยสารแฟชั่น ทั้งดีไซน์ใหม่ๆ ของสูทผู้ชาย ชุดเดรส ไปจนถึงชุดแต่งงานเรียบเท่ห์สีขาวของผู้หญิง ดังนั้นนอกจากศาสตร์พื้นฐานแห่งการเป็นช่างทำสูท ที่ต้องอาศัยความละเอียดและแม่นยำ ในอีกทางหนึ่งความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง การคิดนอกกรอบและความร่วมสมัย น่าจะเป็นเคล็ดลับที่ทำให้เป็นแนวทางในการผ่านยุคผ่านสมัยของแบรนด์ที่จะยืนระยะอย่างยาวนาน


อ้างอิง

Facebook : Pinky Tailor

www.spotlightdaily.net/spice/pinky-tailor-godfather-ploenchit/

www.facebook.com/pg/PinkyTailor/photos/?ref=page_internal

www.unlockmen.com/pinky-tailor/

OK Magazine Thailand Channel

Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0