Creative Thailand

ผ้าไหมมัดหมี่ ภูมิปัญญาสากล สู่แฟชั่นคนรุ่นใหม่

Writer : Editor Team


ย้อนประวัติศาสตร์กันสักนิด “มัดหมี่” เป็นวัฒนธรรมการทอผ้าและสร้างลวดลายที่เป็นสากล ซึ่งประเทศไทยและประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับถ่ายทอดเทคนิคการมัดหมี่นี้มาจากประเทศอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา ฟิลินปินส์ เวียดนาม และเมียนมา ซึ่งในประเทศเหล่านี้ ต่างก็มีการใช้เทคนิคมัดหมี่สร้างลวดลายบนผืนผ้าและมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป รวมถึงญี่ปุ่นและจีนก็มีการสร้างลายด้วยเทคนิคการมัดหมี่เป็นของตัวเองเช่นกัน แม้กระทั่งประเทศเม็กซิโกที่ไกลออกไปอีกซีกโลก ก็มีการใช้เทคนิคมัดหมี่บนผืนผ้าเช่นกัน


สำหรับในประเทศไทยนั้น การทอผ้าไหมมัดหมี่ได้รับอิทธิพลแตกต่างกันไป ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรม    ล้านนาแถบทางภาคเหนือ และจากชาติพันธุ์อื่นๆ เช่น ไทยพวน ลั๊ว และจากจีน อีกส่วนได้รับวัฒนธรรมการทอผ้ามัดหมี่มาจากชาวอีสาน ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย ผ่านมาทางกัมพูชา เป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานับร้อยปี มีลวดลายที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แพร่กระจายในทุกพื้นที่ แต่จะมีการเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามพื้นถิ่นเช่นกัน อย่างเช่น ลายโคม ลายหมากจับ ลายหน่วย ลายดอกแก้ว ลายใบโพธ์ ลายปะแจจีน และลายฉัตร เป็นต้น




ปัจจุบันนี้ ลวดลายของมัดหมี่ของประเทศไทยมีการอนุรักษ์ไว้ โดยศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งมีสาขาอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศมากมายกว่าสองร้อยลาย นอกจากนี้ ประเทศไทยเรายังมีหน่วยงานที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ โดยการวิจัยศึกษาและพัฒนาในเรื่องเส้นใย เนื้อผ้าและลวดลายควบคู่กันไป อาทิ กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งได้มี การพัฒนาเทคนิคพิเศษต่างๆ บนเนื้อผ้า เช่น การพัฒนาให้ผิวผ้าสะท้อนน้ำหรือไม่เปียกน้ำ และช่วยป้องกันแบคทีเรีย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาชุดสีที่เป็นการนำเอาวัฒนธรรมตะวันออกเฉียงเหนือมาพัฒนาเพื่อพัฒนา เช่น  สิมบ้านบัว หรือโบสถ์บ้านบัว และดอกกล้วยไม้ช้างกระ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบสีและลวดลายผ้า สำหรับผู้ประกอบการที่จะนำไปพัฒนาเป็นลวดลายบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคนิคการทอผ้าไหมให้มีขนาดเล็กลง เพื่อช่วยให้การสวมใส่ผ้าไหมมัดหมี่ตอบโจทย์กับผู้บริโภคใน วงกว้างมากขึ้น



“ผ้าไหมมัดหมี่” ถือเป็นสินค้าวัฒนธรรมที่ดีไซเนอร์ทั่วโลกกำลังจับตามอง ซึ่งเกิดผลมาจากการช่วยกระตุ้นและผลักดันของหน่วยงานต่างๆ อาทิ การช่วยส่งเสริมตามนโยบายนิยมไทย ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงพาณิชย์ ที่ได้นำเอาไหมมัดหมี่มาต่อยอดโดย โครงการ Innovation Craft Award โดยมีดีไซน์เนอร์ไทย อาจารย์กฤษณ์ เย็นสุดใจ จากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เป็นผู้ออกแบบโดยนำผ้าไทยมาสร้างสรรค์เป็นแฟชั่นสำหรับประเทศเมืองหนาว หรือการส่งเสริมทางด้านการพาณิชย์ จาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ช่วยผลักดันให้ศิลปินนักออกแบบรุ่นใหม่ๆ หันมาสร้างแรงบันดาลใจจาก “ผ้าไหมมัดหมี่” และนำมาต่อยอดจนเกิดเป็นสินค้าแนวร่วมสมัย อาทิ ปลอกหมอนของ srinlim โซฟา โคมไฟ กระเป๋า รองเท้า สร้อยคอ ต่างหู เป็นต้น และอีกความสำเร็จหนึ่งจากการพัฒนาและความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้ผ้าไหมมัดหมี่ไปปรากฏต่อสายตาชาวโลกได้อย่างที่สุด คือการที่ดีไซเนอร์ระดับโลกได้นำผ้าไหมไทย ผ้าไหมมัดหมี่ มาออกแบบและจัดแสดง เมื่อ 15 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา เช่น แบรนด์ SIRIVANNAVARI , TOD'S JIMMY CHOO , KATE SPADE นับเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับ ผ้าไหมมัดหมี่อีสาน ที่ไปไกลทั้งเรื่องราว และลวดลาย เสมือนการสะท้อนวัฒนธรรมนับร้อยปีผ่านเรือนร่างของผู้สวมใส่ที่กำลังเดินทางไกลออกไปสู่สายตาของคนทั่วโลก

อ้างอิง

เผ่าทอง ทองเจือและผู้ช่วยศาสตรจารย์ ดร.กิตติกรณ์ นพอุดมพันธุ์. . มัดหมี่ สายสัมพันธ์แห่งเอเชีย. กรุงเทพฯ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ( องค์การมหาชน),2559.

www.matichon.co.th


Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0