Creative Thailand

“โขน-หนังใหญ่” มหรสพแห่งชีวิต ร่วมโรง… เชื่อมโยง...ร่วมสมัย

Writer : Editor Team

Photos : Teeraphon Pittapatee - วัดขนอนหนังใหญ่ จังหวัดราชบุรี


คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคนี้ คนรู้จักการแสดงที่เรียกว่า “หนังใหญ่” กันน้อยมาก ซึ่งเหตุผลง่ายๆ อย่างแรกคือ ไม่รู้จัก…ไม่เข้าใจ…คืออะไร...ต้องไปดูที่ไหน ซึ่งก็อาจจะไม่แปลกอะไร เพราะหนังใหญ่ก็คล้ายๆกับศิลปะดั้งเดิมอื่นๆ ที่หากไม่อนุรักษ์ไว้ก็จะสูญหายไปตามกาลเวลา


อดีต “หนังใหญ่” เป็นมหรสพที่ผสมผสานศิลปะหลากแขนงไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นมหรสพชั้นสูงที่แสดงในงานพระราชพิธี หรืองานสำคัญๆ ของแผ่นดิน ที่นิยมในหมู่เจ้านายและชนชั้นสูง มีหลักฐานปรากกฏว่าการแสดงหนังใหญ่เริ่มมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สืบมายังกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องที่นิยมนำมาถ่ายทอดก็คือ รามเกียรติ์ ต่อมาสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอิเหนาเพื่อใช้แสดงเพิ่มจากเรื่องรามเกียรติ์




นอกจากการแสดงแล้ว หัวใจของหนังใหญ่ยังอยู่ที่งานหัตถศิลป์ ขั้นตอนการทำหนังใหญ่ เป็นการนำหนังวัว หนังความมาตากแห้ง จากนั้นจึงเขียนลวดลายเป็นตัวละครต่างๆ แล้วฉลุลายให้เกิดเป็นช่องแสงเงาลอดผ่านได้ หนังใหญ่แบ่งประเภทตัวหนังออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือ หนังเรื่อง ซึ่งเป็นหนังขนาดใหญ่มีองค์ประกอบภาพหรือตัวละครมากกว่าหนึ่งตัว (เรียกย่อยได้อีกว่า หนังเมือง ซึ่งจะเป็นตัวละคร หรือสถานที่ก็ได้ และหนังจับ ที่มีตัวละครมากสองถึงสามตัวสู้รบกัน เป็นต้น) อีกประเภทคือ หนังเบ็ดเตล็ด ที่เป็นการจัดทำหนังที่มีท่าทางพิเศษนอกเหนือออกไป




ศิลปะการฉลุหนังก็เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของหนังใหญ่ที่แสดงถึงความพิถีพิถัน ความสามารถของช่างฝีมือในการสร้างเส้นสายและแสงเงา ซึ่งก็มีสองเทคนิค คือ การฉลุแบบหน้าแขวะ คือการฉลุเอาหนังออกให้เหลือเส้นของวงหน้า ตา คิ้ว ปากเส้นขอบแขน คอ เท่านั้น และ การฉลุลายแบบหน้าเต็ม ที่ฉลุเอาเส้นตา คิ้ว วงหน้า ขอบแขนออกไป


  พูดได้ว่า “หนังใหญ่” คือการ “เล่นใหญ่” ที่รวมศาสตร์หลายแขนงไว้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่การแกะตัวหนัง การสร้างชีวิตให้กับตัวหนังด้วยทักษะการเชิดประกอบจังหวะดนตรี การพากษ์ที่นำผู้ชมโลดโผนในโลกจินตนาการด้วยน้ำเสียงที่สร้างอารมณ์ร่วม

           ถามว่า “หนังใหญ่” ยิ่งใหญ่แค่ไหนในอดีต ?

ในบรรดาตัวหนังที่เป็นโบราณวัตถุ หนังชุดสำคัญและถือเป็นหนังชุดที่เก่าแก่ที่สุดที่มีชื่อเรียกว่า “หนังใหญ่ชุดพระนครไหว” ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 ถูกไฟไหม้จนหลงเหลือถึงปัจจุบันเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ก็สะท้อนให้เห็นความเป็นบรมครูแห่งนาฏศิลป์ อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของการแสดงโขน งานช่าง จิตรกรรม ดนตรี และการขับร้องอีกด้วย หนังใหญ่จึงอยู่ในฐานะมหรสพการแสดงที่เหมือนกับโรงภาพยนตร์มีชีวิต มียุทธวิถีการเล่าเรื่องที่ตื่นตาตื่นใจในยุคสมัยนั้น นั่นคือการเชิดทั้งหน้าจอและหลังจอ ผู้เชิดจะเต้นและออกท่าทางไปตามจังหวะเพลงประกอบกัน ประโคมเคล้าด้วยเพลงปี่พาทย์มโหรี จนกล่าวกันว่า หนังใหญ่ คือต้นกำเนิดแห่งโขนเลยทีเดียว และเมื่อหนังใหญ่คือต้นกำเนิดของโขน ท่าทางโขนจึงเปรียบได้กับคนเชิดหนังใหญ่ ปัจจุบันจึงเป็นศาสตร์การแสดงคู่กันโดยปฏิยาย




                มาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีการจัดทำหนังใหญ่ชุดรัชกาลที่ 9 โดยใช้ต้นแบบจากหนังใหญ่ชุดพระนครไหว สร้างขึ้นจำนวน 130 ตัว ให้เป็นมหรสพประจำรัชกาลออกแสดงในงานสมโภชครั้งสำคัญของชาติ

อาจารย์ประสาท ทองอร่าม หรือ ครูมืด ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ชำนาญด้านนาฏศิลป์ไทยในสังกัดกรมศิลปากร ถือเป็นเสาหลักในการสืบสานงานด้านศิลปวัฒนธรรมไทย และเป็นครูโขนผู้รับหน้าที่ดูแลการแสดงหนังใหญ่และโขนในงานออกพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อหลายแขนงถึงการอนุรักษ์สืบสานการเชิดหนังใหญ่และการแสดงโขนว่า สมัยนี้ต้องปรับให้เข้ายุคสมัย ให้เป็นการแสดงคู่กัน ด้วยการนำนักแสดงโขนที่มีทักษะสูงมาต่อยอดเชิดหนังใหญ่ด้วย ทำให้เกิดธรรมเนียมการแสดงโขนหน้าจอ ที่หมายถึงการแสดงโขนหน้าจอหนังใหญ่นั่นเอง แนวคิดนี้เป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ จนเกิดเป็นการแสดงในรูปแบบที่เรียกว่า “โขนกึ่งฉาก” ซึ่งนำเรื่องของการจัดฉากและมัลติมีเดียในรูปแบบสามมิติมาประกอบ เกิดความยิ่งใหญ่สมจริง เข้ากับบริบทของยุคสมัย


                แต่ถ้าเป็นในระดับสามัญชนทั่วไป ปัจจุบันประเทศไทยเหลือหนังใหญ่เพียง 3 คณะใหญ่เท่านั้น คือหนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และหนังใหญ่บ้านดอน จังหวัดระยอง ซึ่งแต่ละคณะต่างพยายามฟื้นฟูและตอกหลักให้การแสดงศิลปแขนงนี้คงอยู่สืบไป แต่ละคณะต่างปรับตัวให้เป็นการแสดงร่วมสมัย และพยายามจัดการแสดงอย่างต่อเนื่อง

หนังใหญ่วัดขนอน สอบผ่านเวทียูเนสโก และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ชุมชนดีเด่นของโลกในการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมอีกด้วย มีการจัดเทศกาลหนังใหญ่ประจำปีต่อเนื่องติดต่อกันมาเป็นปีที่ 13 แล้ว ลูกหลานคนรุ่นใหม่ในชุมชนรอบวัดเริ่มให้ความสนใจมาเรียนการเชิดหนังใหญ่ ท้องถิ่นก็มีการจัดทำหลักสูตรทักษะเสริมเป็นวิชาเลือกในโรงเรียนวัดขนอนเพื่อให้การอนุรักษ์เป็นไปอย่างยั่งยืน มีการแสดงหนังใหญ่ตอนนั้นๆ ทุกวันเสาร์ ในขณะที่หนังใหญ่วัดสว่าง และหนังใหญ่วัดดอน ซึ่งก็พยายามถ่ายทอดสืบต่อมรดกศิลป์และวัฒนธรรมการเล่นหนังใหญ่จากรุ่นสู่รุ่น ในฐานะละครเงาที่หล่อหลอมและยึดโยงผู้คนในชุมชนเข้าด้วยกัน


มรดกไทยในมือคนรุ่นใหม่จะสอบผ่านคะแนนนิยมหรือไม่ คงต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กันต่อไป

อ้างอิงข้อมูลจาก

หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินคนรถ กรมศิลปากร

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0