Creative Thailand

กรกต อารมย์ดี เปลี่ยนหัตถกรรมพื้นบ้านให้กลายเป็นงานออกแบบระดับโลก

ศิลปินหนุ่มอารมณ์ดีคนนี้เป็นคนมากความสามารถและเต็มไปด้วยพรสวรรค์ในการประยุกต์หัตถกรรมพื้นบ้านให้มาเป็นงานศิลปะอันละเอียดอ่อนและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างน่าหลงใหลเป็นที่จดจำไปไกลในระดับนานาชาติ 


Credit by : http://www.baanlaesuan.com/99530/design/living-lifestyle/10-designer-thai/3/


กรกตเกิดที่หมู่บ้านชาวประมงอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ครอบครัวของเขาทำประมงพื้นบ้านมาโดยตลอดตั้งแต่รุ่นก๋งมาจนถึงปัจจุบัน กรกตได้รับการปลูกฝังจากก๋งตั้งแต่เด็กๆให้รู้จักการซ่อมเครื่องมือประมงด้วยตัวเอง ไปจนถึงการผูกว่าวเล่นในช่วงหน้าร้อนทำให้เขาซึมซับเทคนิคการมัด การผูกไม้ไผ่แบบจีนโบราณซึ่งเป็นความรู้ความชำนาญติดตัวก๋งมาโดยอัตโนมัติ เมื่อมาผสมผสานกับงานหัตถกรรมท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสนใจศิลปะ จึงศึกษาต่อด้านจิตรกรรมจนสำเร็จจากมหาวิทยาลัยบูรพาจังหวัดชลบุรี จากนั้นจึงมาเรียนต่อระดับปริญญาโทในสาขาประยุกตศิลปศึกษา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร


หลังจากนั้นกรกตก็ทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์เรื่อยมา ผ่านชีวิตการทำงานที่ล้มลุกคลุกคลาน ประสบปัญหาหลายๆอย่าง ในด้านการผลิตงานซึ่งต้องอาศัยทั้งความชำนาญเฉพาะด้าน การเตรียมวัสดุที่แตกต่างจากทั่วไป ไปจนถึงการบริหารจัดการเวลา ในการผลิตชิ้นงานเพื่อให้ตรงตามคำสั่งซื้อ หลายครั้งเขาท้อใจ แต่ด้วยความคิดในการจัดการบริหารที่ย้อนกลับมาสู่ความจริงที่เรียบง่ายและเข้าใจธรรมชาติของคน จึงช่วยให้เขามาจนถึงจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จได้อย่างในทุกวันนี้




"งานของผมมันไม่ใช่งานที่สามารถผลิตด้วยระบบอุตสาหกรรมได้เพราะมันคืองานหัตถกรรมที่ต้องใช้หลายๆสเกลประกอบกัน มีความหลากหลายของวัสดุซึ่งต้องใช้เวลากับความชำนาญเชิงช่าง แรกๆเราทำงานส่งไม่ทัน จึงมาระดมความคิดกันว่าจะทำอย่างไร จนมาสู่ทางออกที่ต้องอาศัยทีมงานท้องถิ่นเข้ามาช่วย เราฝึกชาวบ้าน ฝึกวัยรุ่นหนุ่มสาวขึ้นมาให้ช่วยงาน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากเพราะทุกคนมีอาชีพหลักคือการทำปลา ตากปลา มีพื้นฐานการทำประมงอยู่แล้วและเคยชินกับการประดิษฐ์ของใช้ในชีวิตประจำวัน และเมื่อเป็นงานไม้ไผ่อีกจึงง่ายต่อการทำความเข้าใจ เขารับรู้และเรียนรู้เร็ว


การสอนเทคนิควิธีการให้เขา มันเหมือนการปลุกสัญชาตญาณเดิมที่มีอยู่แล้วออกมา โดยงานหัตถกรรม อย่างการมัดการผูกก็จะใช้แรงงานผู้หญิงเพราะมีความละเอียดอ่อน จดจ่อ อดทน สมาธิสูงและทำอยู่กับที่ได้ ส่วนแรงงานชายก็เป็นแฟนเป็นคู่รักของฝ่ายหญิงนั่นเองที่เราดึงมาช่วยทำงาน ตรงนี้จะที่เป็นงานปีนป่าย ติดตั้ง งานออกกลางแจ้งและใช้แรงงาน การทำแบบนี้ช่วยทั้งเรื่องครอบครัวและชุมชน ทำให้สังคมพื้นบ้านเข้มแข็งขึ้น ลดปัญหามั่วสุม ยาเสพติด หรือเรื่องเทียวเตร่อบายมุขต่างๆลงได้มาก"


"ผมใช้วิธีโน้มน้าวทีมงานให้ทุกคนทำงานเพื่อความหวัง เพื่ออนาคตของตัวเองและครอบครัว ต้องอดทนและทำงานกันเป็นทีมเวิร์ค ช่วยกันอุดช่องโหว่ ช่วยกันเสนอความคิดจากประสบการณ์ของแต่ละคนที่พบเจอมาเพื่อแก้ปัญหา เดินหน้าไปสู่จุดหมายร่วมกัน"


ในเรื่องของวัสดุนั้นก็สำคัญมากเพราะงานไม้ไผ่เป็นวัสดุธรรมชาติที่ผลิตแบบอุตสาหกรรมไม่ได้ กรกตใช้คำสอนของก๋งเป็นแนวทางในการเสาะหาวัสดุตามท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตามชุมชนที่ต่างกันไปตามลุ่มน้ำเพชรบุรี ไม่ว่าจะเป็นท่ายาง หนองหญ้าปล้อง หรือบ้านลาด อย่างกรณีบ้านลาด ชาวบ้านทำเกษตรกรรมเป็นหลัก มีงานจักสานกระด้งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กรกตก็ไปจ้างให้เขาเหลาไม้ไผ่ด้วยวิธีการดั้งเดิมของชาวบ้านแต่เพิ่มความยาวให้มาเป็น 1.5 เมตร(ขนาดพอใส่ท้ายรถกระบะได้พอดี) หรืออย่างที่เขาย้อยที่ซึ่งชาวบ้านชำนาญเรื่องการทำเข่ง เป็นงานไม้แบน แต่ละวันทำได้คนละ 10 เข่งๆ ละ 30 บาท เมื่อหักค่าวัสดุแล้วชาวบ้านก็ไม่พอกิน ยิ่งหลังๆมีเข่งพลาสติกแบบเหนียวออกมาทำตลาดอีก ก็ทำให้อาชีพนี้หายไป กรกตไปตามหาช่างเหลาไม้ไผ่แบนเหล่านี้ และขอให้เขาช่วย โดยส่งไม้ไผ่ไปให้และจ้างเหลา ปัจจุบันชาวบ้านไม่ต้องจากบ้านไปทำงานก่อสร้างแล้ว โดยสามารถทำงานที่ตนเองถนัดได้ที่บ้านตัวเอง


กรกตบอกทีมงานทุกคนให้ดูเรื่องเวลาในการทำงานให้ดี เพราะการรับออเดอร์นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเวลาที่ใช้ในการทำงาน ด้วยเหตุที่งานมีเอกลักษณ์ที่มาจากองค์ความรู้พื้นถิ่น มีความแปลก ชาวต่างชาติและลูกค้าทั่วไปสนใจอยู่แล้ว หากรักษาเวลาได้ ก็จะเป็นสิ่งยืนยันได้ถึงความสำเร็จ นอกจากนี้กรกตก็พยายามอธิบายกับลูกค้าให้เข้าใจว่างานหัตถกรรมนั้นเป็นงานที่ก่อให้เกิดความเมื่อยล้า เร่งงานไม่ได้ ต้องให้เวลาเผื่อไว้ด้วย 


ในส่วนของธุรกิจนั้นหลังจากลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็พบทางบริหารที่สามารถทำให้ควบคุมต้นทุนได้ นั่นคือการให้ลูกค้าแบ่งจ่าย 3 งวด เร่ิมจากจ่ายเงินชุดหนึ่งตอนขึ้นโครงสร้าง ชุดที่สองตอนติดรูปทรงให้เต็ม และส่วนสุดท้ายคือช่วงขั้นตอนเก็บรายละเอียด ทำแบบนี้จะช่วยได้ทั้งลูกค้าและคนทำงาน คิดต้นทุนให้ซับพลายเออร์ได้ มีค่าแรงจ่ายให้คนทำงานได้ใช้ทุกวัน แต่ละคนสามารถพัฒนาตัวเองได้ สามารถเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้จากความชำนาญในการทำงาน ทีมงานมีความสุขได้พักผ่อนเพียงพอและมีกำลังใจในการทำงาน


ปัจจุบันนอกเหนือจากการผลิตงานตกแต่งภายในโรงแรมหรืออาคารต่างๆแล้ว ทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังมีงานตามวาระต่างๆ เช่นออกแบบตกแต่งบางส่วนที่ห้าง Central มหาชัย และงานร่วมกันออกแบบจุดจัดงานสำหรับกระทรวงต่างๆ และห้างสยามพารากอน เป็นต้น ส่วนอีกโปรเจ็คต์หนึ่งที่น่าสนใจมากจนกรกตถือว่าเป็นงานที่เขาจะใช้เป็น Profile ของตัวเองคือ The Buffalo Amphawa ซึ่งเป็นโครงการบูติกรีสอร์ทขนาดกลางๆ ที่เขาดูแลงานหลายๆ ด้านที่ครอบคลุมการใช้พื้นที่ทั้งหมด ตั้งแต่งานออกแบบตกแต่งภายใน งานวิศวกรรม งานสิ่งแวดล้อม และงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายของกรมเจ้าท่า เป็นต้น 




ความสำเร็จของกรกตนั้นนอกเหนือจากความชำนาญในวิชาชีพของตัวเองและการรู้จักประยุกต์แล้ว ก็คงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความสัมพันกับทีมงานฝ่ายผลิต เพราะนอกเหนือจากการเป็นดีไซเนอร์เขาต้องเป็นผู้นำที่รู้จักการบริหารโดยเข้าใจธรรมชาติของคนทำงานหัตถกรรม ตลอดจนต้องเข้าใจบริบทด้านต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในชุมชนและสังคมของแรงงานเหล่านั้นด้วย 


www.korakot.net


  

Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0