Creative Thailand

แนวคิดเกษตรกร 4.0 หรือ สมาร์ทฟาร์มเมอร์

“ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" ประโยคนี้อาจจะไม่เป็นจริงอีกต่อไปแล้วในยุคปัจจุบัน เนื่องจากสภาพอากกาศที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก ทำให้เกษตรกรชาวไทย ไม่สามารถล่วงรู้ชะตากรรมของพืชผักล่วงหน้า 


แนวคิดเกษตรกร 4.0 หรือ สมาร์ทฟาร์มเมอร์  

เปลี่ยนวิธีการจากการปลูกพืชแบบเดิมๆ มาเป็นการทำเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมยุคใหม่มาช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร


Smart Farmer คืออะไร ?

Smart Farmer  ถือเป็นแนวคิด ในการสร้างเกษตรกรดิจิตัล โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรชาวไทย หันมาใช้เทคโนโลยีควบคู่ไปกับการทำเกษตรกรรม เพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการพัฒนาองค์ความรู้ให้ตัวเกษตรกรเอง เพื่อนำเอาความรู้ต่างๆ มาปรับใช้ในการทำการเกษตร เน้นการทำน้อยให้ได้มาก ซึ่งต่างจากการทำการเกษตรแบบเดิมที่ ทำมากแต่ได้น้อย

ปัจจุบันเทคโนโลยีได้มีการพัฒนา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ทำให้ใช้แรงงานน้อยลง สามารถลดต้นทุนการผลิตและเวลาได้ เพื่อให้เกษตรกรชาวไทยเข้าใกล้กับการเป็น Smart Farmer มากยิ่งขึ้น เราจึงอยากนำเสนอนวัตกรรมการเกษตรจากนักประดิษฐ์ชาวไทย 



1. เทคโนโลยีตรวจสภาพล้อมรอบ หรือ Micro-Climate Monitoring System ฝีมือของมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ Granmonte Farm เป็นเครื่องที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลอุณหภูมิในดินและในอากาศ ความชื้นในดินและในอากาศ ความเข้มแสง ความเร็วลม ความดันอากาศ สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อป้องกันและพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรได้ นอกจากนั้นยังสามารถให้น้ำโดยอัตโนมัติได้เอง เมื่อตรวจพบความชื้นต่ำ โดยระบบ Micro-Climate Monitoring System นี้สามารถอัพเดทข้อมูลออนไลน์ได้ทันที ทำให้เจ้าของไร่สามารถตรวจสอบสถานะต่างๆในไร่ได้เป็นสถานะปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ที่ไร่เลยด้วยซ้ำ




2. ชุดปลูกพืชแนวตั้ง โดย คุณมนต์ชัย แซ่ว่อง บจก.ไทยแอดวานซ์ อะกรีเทค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชรูปแบบใหม่ ที่ใช้พื้นที่น้อย หากเทียบกับการทำการเกษตรแบบดั้งเดิม การปลูกพืชแบบแนวตั้งนี้สามารถให้ผลผลิตได้มากกว่าถึง 3 เท่า ใช้แรงงานน้อย ผลผลิตมีคุณภาพกว่า ดูแลได้ดีกว่า โดยชุดปลูกพืชแนวตั้งนี้ จะผลิตมาจากพลาสติค Food Grade ซึ่งจะไม่ทำปฏิกิริยาใดๆกับดินและพืช มีอายุการใช้งานนาน  4-5 ปี นอกจากนั้น ชุดปลูกพืชแนวตั้งนี้ ยังทำให้พืช ดูดซึมอาหารและน้ำได้เป็นอย่างดี สามารถร่นระยะเวลาจาก 30 - 45 วัน เหลือเพียง 15 - 20 วันเท่านั้น




3. เทคโนโลยี IoT (Internet of Thing) เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการเกษตรของไทย โดยระบบนี้จะมีตัววัด สภาพดิน ความชื้นอากาศ อุณหภูมิอากาศ ความชื้นในดิน อุณหภูมิของดิน และเมื่อทำการวัดแล้ว ข้อมูลที่ได้ก็จะถูกส่งตรงไปยัง Smart Phone ของเกษตรกร ทำให้สามารถรู้สภาพของฟาร์มได้ในทันที และสามารถวางแผน จัดการ และบริหารการเพราะปลูกต่อไปได้ เมื่อมีเทคโนโลยีนี้เกษตรกร ก็จะสามารถขยายการเพาะปลูกได้ เนื่องจากไม่ต้องดูแลด้วยตัวเอง สามารถดูผลจากการวัดที่แม่นยำผ่าน Application ได้ทันที ทำให้สามารถควบคุมจากระยะไกลได้เลย





4. โดรนพ่นยาฆ่าแมลง จาก บริษัท FarmD Asia เกิดขึ้นจากการที่ทางบริษัทเล็งเห็นปัญหาการขาดแคลนเกษตรกร โดยออกแบบให้โดรนพ่นยานี้ ทำงานสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย สามารถมีระบบการบินอัตโนมัติ ทำให้ควบคุมได้ง่าย ข้อดีของโดรนนี้ นอกจากจะช่วยลดเรื่องแรงงานแล้ว ยังทำให้ไม่เกิดอันตรายต่อเกษตรกรอีกด้วย




5. สมาร์ทฟาร์มคิท หรือชุดอุปกรณ์ควบคุมน้ำอัจฉริยะ (คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) คือชุดอุปกรณ์ที่ทำให้การจัดการน้ำ มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง 3 อุปกรณ์ ได้แก่ ระบบควบคุมการเปิด-ปิดน้ำ ที่สามารถตั้งเวลาการให้น้ำให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด ระบบติดตามสภาพอากาศ ที่สามารถตรวจวัดอุณหภูมิในอากาศและความชื้นในดิน หากอากาศมีอุณหภูมิสูง หรือดินมีความชื้นต่ำจนเกินไป ก็จะทำการเปิดน้ำทันที และสุดท้าย ระบบสั่งการและแจ้งเตือน จะสามารถรายงานสภาพปัจจุบันได้ทันทีบน Smart Phone ของเกษตรกร ทำให้สามารถสั่งเปิด-ปิดน้ำ รวมไปถึงการวิเคราะห์และจัดการปัญหาล่วงหน้า เพื่อผลการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0