Creative Thailand

ราสิเกติ์ สุขกาล
ผู้กำกับศิลป์ยอดเยี่ยมจากเวทีสุพรรณหงส์ 2 ปีซ้อน

คุณคิดว่า อะไรคือกุญแจหลักในก้าวสำคัญของอาชีพคุณ
ผมมองว่า ความสำเร็จจริงๆ คือการได้ทำงานกับบทที่ดี ทีมที่ดี ส่วนรางวัลที่ได้รับถือเป็นส่วนเติมเต็มของตัวหนังเองและทีมงานทุกคน จริงๆ น่าจะเป็นเพราะโชคดีด้วย มีโอกาสได้ทำงานกับทีมที่ดีและบทที่ดีมาตลอด

ย้อนไปถึงจุดเปลี่ยนจากสิ่งที่เรียนสู่งานที่ทำอยู่หน่อยได้ไหม
จริงๆ ถึงแม้จะอยากเรียนฟิล์มตั้งแต่แรก แต่ผมก็ไม่ได้หนักแน่นขนาดที่ว่าต้องเรียนให้ได้ พอได้เรียนสถาปัตย์ก็รู้สึกชอบเหมือนกัน จนถึงจุดหนึ่งพบว่าวิธีคิดผมอาจจะไม่เหมาะกับอาชีพนี้ เราพยายามหาแรงบันดาลใจก็รู้สึกว่าน่าเบื่อไปหมด จนอาจารย์ถามว่า จริงๆ แล้วอะไรที่คอยขับเคลื่อนผม ผมตอบไปว่าหนังสือกับเพลง ท่านเลยบอกให้เอาสิ่งนั้นไปใช้ในการออกแบบสิ ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจนะ มาถึงตอนนี้ผมคิดว่า จริงๆ แล้ว "เรื่องเล่า" ที่เราสนุกไปกับมันนี่แหละ คือแรงขับของจินตนาการ ซึ่งมันน่าหลงใหลจนจุดประกายให้ได้มาทำอาชีพนี้จริงๆ 

อธิบายคร่าวๆ ถึงกระบวนการกำกับศิลป์ที่คุณทำอยู่

เริ่มต้นจากบทภาพยนตร์ ผมถือบทภาพยนตร์เป็นเสมือนโลกหนึ่งใบที่มีความเป็นไปได้ทั้งหมดตามที่เกิดในบท เราจะคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันแล้วพยายามสร้างระบบของตรรกะต่างๆ เพื่อสร้างโลกของภาพขึ้นมา นี่เป็นขั้นตอนที่สนุกที่สุดสำหรับผม มันมีความน่าจะเป็นมากมาย เราจับคว้าเอาจินตนาการร่วมที่เกิดจากตรรกะหนึ่งชุดสำหรับบทภาพยนตร์ที่เป็นตัวหนังสือบนกระดาษแล้วสร้างจินตนาการทางภาพออกมาแบบต่างๆ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นในขั้นตอนการเปลี่ยนจากจินตนาการสู่ความเป็นจริง และงบมักไม่ค่อยพอ เราต้องดีลกับความต้องการตรงนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้ผลทางด้านภาพที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย ตั้งแต่โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับฯ และตากล้อง นำไปสู่การเตรียมงานถ่ายทำ หากมีการเตรียมงานที่ดี ในระหว่างถ่ายทำปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องดินฟ้าอากาศเสียมากกว่า  


การร่วมงานกับกองถ่ายต่างประเทศ มีสิ่งใดที่ต้องระมัดระวัง 

น่าจะเป็นเรื่องทางภาษา เพราะระบบการทำงานส่วนใหญ่จะไม่ต่างกันมาก ที่สำคัญคือกองถ่ายต่างประเทศค่อนข้างเข้มงวดเรื่องเวลา ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งข้อดีหรือข้อเสีย เพราะคนไทยคุ้นกับการถ่ายล่วงเวลาจนกลายเป็นเรื่องปกติ




เมืองไทยมีความพร้อมเรื่องโปรดักชั่นดีไซน์ระดับที่นานาชาติไว้ใจมากน้อยแค่ไหน

งานโฆษณาต่างชาติที่มาถ่ายในประเทศไทยหลายชิ้นมีการใช้อาร์ตไดเรคเตอร์คนไทยมานานแล้ว เพราะสะดวกในการดีลกับซัพพลายเออร์ และงานโฆษณามักจะมีความเป๊ะตามสตอรี่บอร์ดที่ได้รับมา แต่กับงานภาพยนตร์ที่มีความยืดหยุ่นกว่าและมีอิสระทางไอเดียมากกว่ามักจะมีโปรดัคชั่นดีไซเนอร์เป็นคนชาติเดียวกันเป็นส่วนใหญ่

คุณประทับใจอะไรบ้างในการได้รับเชิญไปสอนงานโครงการ Next New Wave ที่มาเลเซีย   

Next New Wave เป็นโครงการที่สนับสนุนโดยหน่วยงานของรัฐบาลมาเลเซีย โดยชวนคนทำหนังในสาขาต่างๆ ทั่วเอเชียไปแชร์ความรู้ให้กับเด็กๆ ที่นั่น แล้วก็ให้ทำหนังสั้นกันขึ้นมาด้วยเลย สิ่งที่น่าประทับใจคือเด็กที่นั่นใช้ภาษาอังกฤษได้ดีทุกคน กระตือรือร้นแล้วก็พร้อมที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ รวมถึงการได้รับการสนับสนุนจากรัฐให้เกิดโครงการนี้ขึ้นมาได้


จากประสบการณ์ สิ่งใดที่คุณคิดว่าอุตสาหกรรมหนังไทยควรพัฒนามากขึ้น

ในภาพใหญ่น่าจะเป็นเรื่องระบบที่ไม่ค่อยแฟร์มาเป็นทอดๆ ไล่ตั้งแต่ระบบการฉายไปจนถึงระบบการถ่ายทำ ส่วนใหญ่แทบทุกคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมักบ่นเรื่องเวลาในการถ่าย ในปัจจุบันซีรีส์หลายๆ เรื่องถ่ายในระบบ 16 ชม. ต่อคิว ซึ่งถือว่าผิดกฏหมายแรงงานไปเท่าตัวเลยทีเดียว