Creative Thailand

ปอม-ราสิเกติ์: ศิลปะของงานกำกับศิลป์

ชื่อของ ปอม-ราสิเกติ์ สุขกาล เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนในวงการภาพยนตร์ แต่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง หลังจากที่เขารับหน้าที่ผู้กำกับศิลป์ของภาพยนตร์ “Snap แค่..ได้คิดถึง” ผลงานกำกับของคงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้ตั้งใจสร้างหนังไทยน้ำดีที่เราขอสนับสนุนอย่างสุดตัว การเล่าเรื่องด้วยฉากเรียบง่ายถูกใจกลุ่มผู้บริโภคหนังอินดี้ผลักดันสู่การคว้ารางวัลสาขากำกับศิลป์ยอดเยี่ยมจากเวทีสุพรรณหงส์ในปี 2558 แล้วปรากฏการณ์ราวกับเดจาวูก็เกิดขึ้น เมื่อชื่อของปอม ราสิเกติ์ถูกประกาศก้องบนเวทีเดียวกันอีกครั้งในปี 2559 ตะล่อมคนดูไว้อยู่หมัดด้วยมุมมองด้านองค์ประกอบศิลป์ที่มีต่อหนังไซไฟทริลเลอร์ Motel Mist โรงแรมต่างดาว 


มีประสบการณ์ในการทำงานใหกับผู้กำกัยทั้งไทยและต่าชาติ เมื่อเราถามถึงศักยภาพของเมืองไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำของโลก ทำอย่างไรจะให้มีการเข้ามาถ่ายทำมากขึ้น คุณปอมให้ความเห็นว่า สมัยนี้วิธีคิดส่วนใหญ่ของหนัง Large-scale คือการกระจายงานออกไปตามที่ต่างๆ มากกว่าจะรวมมาไว้ที่เดียวแบบ One stop service เพราะกระบวนการทำงานในภาคส่วนต่างๆ ของภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนั้นมีความหลากหลายมาก อย่างที่บอกว่าใน 1 ซีน อาจจะเป็นไปได้เลยว่ามีการถ่ายทำทั้งหมด 3 สถานที่ เช่น ถ่ายฉากทิวทัศน์ที่แอฟริกา ถ่ายฉากภายในที่สตูดิโอในลอสแองเจลิส แล้วส่งมาทำ CG ที่ไทย คือด้วยความต้องการของหนังเองมันอาจจะไม่สามารถรวบทุกอย่างมาไว้ที่เดียวได้ มันเป็นธรรมชาติของการถ่าย ยกเว้นว่า คุณจะสร้างฉากทิวทัศน์แอฟริกาได้ที่สตูดิโอขนาดใหญ่ด้วยราคาที่ถูกกว่า การยกกองถ่ายออกไปถ่ายที่แอฟริกาจริงๆ คือถ้าเราตั้งโจทย์ผิดนี่เราอาจจะไม่สามารถผลักดันให้การพัฒนามันเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน

 


ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางภาพยนตร์โดยตรง คุณปอมจบจากสถาปัตย์ฯ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาความรู้ในเชิงสถาปัตยกรรมที่ศึกษามาเป็นส่วนเสริมสำคัญในการเข้าใจมิติหรือสเปซที่จะเกิดขึ้นในเฟรมหนัง ซึ่งจะออกมาเป็นภาพ 2 มิติ รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมในยุคสมัยต่างๆ ช่วยปูพื้นฐานให้มิติทางด้านภาพยนตร์มีความลึกขึ้น

 

ภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้เขาคือ Blow Up ของ Michelangelo Antonioni เป็นเรื่องเกี่ยวกับช่างภาพแฟชั่นที่บังเอิญไปถ่ายรูปเหตุอาชญากรรมได้ อีกเรื่องคือ A Time To Live, A Time To Die ของ Hou Hsiao-hsien เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวจีนอพยพ ที่ไต้หวัน หนังเล่าผ่านเป็นเจนเนอเรชั่น ทั้งลึกซึ้งและอบอวลไปด้วยมวลความรู้สึกมากมายจนเขาไม่สามารถดูหลายรอบได้ “เพราะมันทรมาน” ส่วนซีรี่ย์ที่เขาอยากแนะนำให้ชมคือ West World แนว sci-fi ที่ไปกันได้ดีกับเนื้อหาและทางโปรดัคชั่น




คุณคิดว่า อะไรคือกุญแจหลักในก้าวสำคัญของอาชีพคุ
ผมมองว่า ความสำเร็จจริงๆ คือการได้ทำงานกับบทที่ดี ทีมที่ดี ส่วนรางวัลที่ได้รับถือเป็นส่วนเติมเต็มของตัวหนังเองและทีมงานทุกคน จริงๆ น่าจะเป็นเพราะโชคดีด้วย มีโอกาสได้ทำงานกับทีมที่ดีและบทที่ดีมาตลอด

ย้อนไปถึงจุดเปลี่ยนจากสิ่งที่เรียนสู่งานที่ทำอยู่หน่อยได้ไหม
จริงๆ ถึงแม้จะอยากเรียนฟิล์มตั้งแต่แรก แต่ผมก็ไม่ได้หนักแน่นขนาดที่ว่าต้องเรียนให้ได้ พอได้เรียนสถาปัตย์ก็รู้สึกชอบเหมือนกัน จนถึงจุดหนึ่งพบว่าวิธีคิดผมอาจจะไม่เหมาะกับอาชีพนี้ เราพยายามหาแรงบันดาลใจก็รู้สึกว่าน่าเบื่อไปหมด จนอาจารย์ถามว่า จริงๆ แล้วอะไรที่คอยขับเคลื่อนผม ผมตอบไปว่าหนังสือกับเพลง ท่านเลยบอกให้เอาสิ่งนั้นไปใช้ในการออกแบบสิ ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจนะ มาถึงตอนนี้ผมคิดว่า จริงๆ แล้ว "เรื่องเล่า" ที่เราสนุกไปกับมันนี่แหละ คือแรงขับของจินตนาการ ซึ่งมันน่าหลงใหลจนจุดประกายให้ได้มาทำอาชีพนี้จริงๆ 

 

ช่วยอธิบายคร่าวๆ ถึงกระบวนการกำกับศิลป์ที่คุณทำอยู่

เริ่มต้นจากบทภาพยนตร์ ผมถือบทภาพยนตร์เป็นเสมือนโลกหนึ่งใบที่มีความเป็นไปได้ทั้งหมดตามที่เกิดในบท เราจะคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันแล้วพยายามสร้างระบบของตรรกะต่างๆ เพื่อสร้างโลกของภาพขึ้นมา นี่เป็นขั้นตอนที่สนุกที่สุดสำหรับผม มันมีความน่าจะเป็นมากมาย เราจับคว้าเอาจินตนาการร่วมที่เกิดจากตรรกะหนึ่งชุดสำหรับบทภาพยนตร์ที่เป็นตัวหนังสือบนกระดาษแล้วสร้างจินตนาการทางภาพออกมาแบบต่างๆ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดขึ้นในขั้นตอนการเปลี่ยนจากจินตนาการสู่ความเป็นจริง และงบมักไม่ค่อยพอ เราต้องดีลกับความต้องการตรงนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้ผลทางด้านภาพที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย ตั้งแต่โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับฯ และตากล้อง นำไปสู่การเตรียมงานถ่ายทำ หากมีการเตรียมงานที่ดี ในระหว่างถ่ายทำปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องดินฟ้าอากาศเสียมากกว่า  




การร่วมงานกับกองถ่ายต่างประเทศ มีสิ่งใดที่ต้องระมัดระวัง 

น่าจะเป็นเรื่องทางภาษา เพราะระบบการทำงานส่วนใหญ่จะไม่ต่างกันมาก ที่สำคัญคือกองถ่ายต่างประเทศค่อนข้างเข้มงวดเรื่องเวลา ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งข้อดีหรือข้อเสีย เพราะคนไทยคุ้นกับการถ่ายล่วงเวลาจนกลายเป็นเรื่องปกติ


เมืองไทยมีความพร้อมเรื่องโปรดักชั่นดีไซน์ระดับที่นานาชาติไว้ใจมากน้อยแค่ไหน

งานโฆษณาต่างชาติที่มาถ่ายในประเทศไทยหลายชิ้นมีการใช้อาร์ตไดเรคเตอร์คนไทยมานานแล้ว เพราะสะดวกในการดีลกับซัพพลายเออร์ และงานโฆษณามักจะมีความเป๊ะตามสตอรี่บอร์ดที่ได้รับมา แต่กับงานภาพยนตร์ที่มีความยืดหยุ่นกว่าและมีอิสระทางไอเดียมากกว่ามักจะมีโปรดัคชั่นดีไซเนอร์เป็นคนชาติเดียวกันเป็นส่วนใหญ่

 

คุณได้รับเชิญไปสอนงานโครงการ Next New Wave ที่มาเลเซีย   

Next New Wave เป็นโครงการที่สนับสนุนโดยหน่วยงานของรัฐบาลมาเลเซีย โดยชวนคนทำหนังในสาขาต่างๆ ทั่วเอเชียไปแชร์ความรู้ให้กับเด็กๆ ที่นั่น แล้วก็ให้ทำหนังสั้นกันขึ้นมาด้วยเลย สิ่งที่น่าประทับใจคือเด็กที่นั่นใช้ภาษาอังกฤษได้ดีทุกคน กระตือรือร้นแล้วก็พร้อมที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ รวมถึงการได้รับการสนับสนุนจากรัฐให้เกิดโครงการนี้ขึ้นมาได้

 

SUMMARY

- ประเทศไทยเป็นสถานที่โปรดักชั่นของภาพยนตร์และโฆษณาของต่าชาติมานานแล้ว

- คนไทยมีบุคคลากรที่มีศักยภาพในการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก

- ภาษาเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานถ่ายทำภาพยนตร์



Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0