Creative Thailand

Rubber Killer  ดีไซน์จากวัสดุเหลือใช้ กับฝันใกล้ๆ แต่ต้องไปให้ถึง

ปัจจุบันสินค้าที่แปะป้ายผลิตจากวัสดุเหลือใช้มีให้ซื้อหาอยู่ทั่วไป แต่ถ้าย้อนไปสักเมื่อครึ่งทศวรรษก่อน แบรนด์ดีไซน์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลมาเป็นจุดขายนั้นมีเพียงหยิบมือ Rubber Killer คือหนึ่งในนั้น ความแตกต่างของ Rubber Killer คือความกล้าที่จะคิดออกนอกกรอบเดิมๆ สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ นักออกแบบจากเชียงใหม่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ มองว่าโปรดักท์ที่ทำจากจากวัสดุเหลือใช้ ไม่จำเป็นต้องดูว่ามาจาก 'ขยะ' แต่มันสามารถมีสไตล์และเท่ได้




ที่มาของ Rubber Killer  เกิดขึ้นจากความบังเอิญ เมื่อ สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง Re-Leaf Studio กลุ่มนักออกแบบที่ทำงานกับวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ วันหนึ่งเขาใช้ยางในรถมอเตอร์ไซค์มาทำเป็นสักปกสมุดจากต้นกล้วย ทว่ามียางในเหลือมาก ประกอบกับกระเป๋าสตางค์ขาดพอดี เลยเกิดเป็นไอเดียเอายางในที่เหลือมาทำเป็นกระเป๋าสตางค์  มันจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นของ Rubber Killer  ในวันนี้

 

คอนเซ็ปต์ของ Rubber Killer เป็นการนำของเหลือใช้จากธรรมชาติและสิ่งที่เราพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ แน่นอนว่ายางในรถคือสิ่งหนึ่งที่เราพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นยางในเส้นเล็กๆ ของรถมอเตอร์ไซต์ ไปจนถึงยางในรถบรรทุกขนาดใหญ่ ล้วนแต่ถูกนำมาแปรรูปเป็นกระเป๋าเท่ๆ ทั้ง Tote Bag, Messerger Bag, กระเป๋าคาดเอว และกระเป๋าสตางค์ เป็นต้น


สเริงรงค์ ต้องการเปลี่ยนความคิดของผู้บริโภคที่คิดว่าผลิตภัณฑ์ที่มาจากวัสดุเหลือใช้ มักจะไม่ได้คุณภาพ ขาดมาตรฐานการตัดเย็บที่ดี และไม่ทนทาน เขาใส่ใจกับการผลิตในทุกขั้นตอนเพื่อให้กระเป๋า Rubber Killer ได้คุณภาพที่ดีที่สุด ตั้งแต่การเลือกวัสดุที่นำมาใช้ร่วมกับยางในรถ การตัดเย็บที่ต้องเนี้ยบ และความทนทานใช้งานได้นาน แม้มันจะใช้เวลาในการทำงานยากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว เขาก็ยอมและต้องทำให้ได้

 

สเริงรงค์ เป็นคนเชียงใหม่ และเขาเลือกที่จะทำงานอยู่เชียงใหม่ สร้างแบรนด์เล็กๆ ของเขาที่เมืองแห่งนี้ โดยมีเหตุผลว่า เชียงใหม่ก็เป็นเมืองที่น่าอยู่ รถไม่ติด มีเวลาทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้มาก เขาเชื่อว่าถ้าอยู่กรุงเทพฯ คงไม่ได้ทำ Rubber Killer แน่ๆ

 

“แรงบันดาลใจอยู่รอบตัวตลอดเวลาจากข้างในลึกๆ ว่าเราอยากจะทำอะไร แม้ตอนที่เราเราขับรถ ถ้าคิดงานได้ ก็หยุดรถก่อน แล้วจดไอเดียเอาไว้ ต่อให้จดไอเดียไว้เป็นร้อย แต่เลือกมาใช้อันเดียว ก็จะทำเป็นโปรดักส์ได้ชิ้นหนึ่ง”




เขามองว่าโจทย์ที่ท้าทายสำหรับการสร้างแบรนด์ไทยคือการฝ่าฟันค่านิยมของคนไทยด้วยกันเอง และการก้าวเข้าสู่ตลาดสากล ทำอย่างไรให้ตลาดในต่างประเทศยอมรับผลิตภัณฑ์เมดอินไทยแลนด์  การจะทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้เทียบเท่ากับของต่างประเทศค่อนข้างยาก และต้องใช้ความพยายามสูง ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างตั้งแต่เรื่องเทคโนโลยีการผลิต วัสดุ และเงินทุน แม้กระทั่ง  Rubber Killer เอง เขายอมรับว่าบางครั้งอยากทำหลายอย่างที่เห็นว่าเมืองนอกทำได้ แต่ด้วยเครื่องมือที่ไม่พร้อม วัสดุไม่มีเหมือนอย่างเขา แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เขาหาทางออกด้วยการทำในแบบของตัวเอง จนกล้าพูดได้เลยว่ามาตรฐานการตัดเย็บของ Rubber Killer ดีมาก จนตลาดที่ญี่ปุ่นยังยอมรับ และเป็นตลาดหลักของ Rubber Killer ไปแล้ว




สิ่งที่ทำให้ Rubber Killer กลายเป็นแบรนด์กระเป๋าที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศยอมรับคือ การที่สเริงรงค์ทำงานหนักด้วยความมุ่งมั่นที่มีอย่างเต็มเปี่ยม เขาค่อยๆ คิดทีละขั้น ฝันใกล้ๆ และทำให้มันมั่นคง เมื่อเขารู้ว่าตัวเองชอบทำกระเป๋า ก็อยากจะทำกระเป๋าให้ออกมาดีที่สุด ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่ดีที่สุดใช้ประกอบกับยางในรถ การเรียนรู้เทคโนโลยีในการผลิตจากคนอื่นๆ เพื่อทำงานของเราให้ดีที่สุด

 

“ไม่ว่าทำอาชีพอะไร คุณจะเป็นคนขายอาหารตามสั่ง เป็นคนขับรถก็ได้ ถ้าคุณจริงกับสิ่งที่คุณทำ มันก็จะออกมาดี คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็สอนกันมาแบบนี้อยู่แล้ว ทำอะไรต้องทำให้จริงทำให้สุด”

 

SUMMARY

  • ตลาดสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly product) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเมืองไทยและตลาดสากล 

  • เชียงใหม่เป็น Creative District ที่มีคนทำงานสร้างสรรค์จำนวนมาก

  • Rubber Killer เกิดจากดีเอ็นเอของความเป็นเชียงใหม่ สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ได้อย่างชัดเจน



Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0
เทส