Creative Thailand

ผ้าขาวม้าไทย ไปไกลถึงรันเวย์แฟชั่นระดับโลก

ผ้าฝ้ายลายตารางหมากรุกหลากสีสันทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือ ‘ผ้าขาวม้า’ เป็นแฟชั่นไอเท็มในชีวิตประจำวันของคนไทยมาช้านาน ด้วยคุณสมบัติที่ทนทาน แห้งเร็ว ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่สารพัดประโยชน์ ผ้าขาวม้าจึงอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน สามารถเอามาผูกเอวแทนเข็มขัด เป็นอุปกรณ์กันแดดยามร้อนเมื่อออกไปไร่นา แปลงร่างกลายเป็นเปลแกว่งไกวให้เด็กนอนก็ยังได้ หรือ จับพันพาดตะแบงมานก็กลายเป็นชุดสุดทะมัดแมงพร้อมออกศึก เรียกได้ว่าผ้าขาวม้าคือผ้าสารพัดนึก

 

หากแต่ผ้าขาวม้า มักมาคู่กับ ‘ความเชย’ ‘โบราณ’ ‘ล้าสมัย’ ปัจจุบันไม่ค่อยมีคนใช้แล้ว โดยเฉพาะหนุ่มสาวสมัยใหม่ในเมือง โครงการ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย” โดย ประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) ร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่น LALALOVE เปลี่ยนมุมมอง ชุบชีวิตให้ผ้าขาวม้ากลับมามีชีวิตในโลกแฟชั่นอีกครั้งอีกครั้ง




ลินดา เจริญลาภ ดีไซเนอร์และสไตลิสต์ระดับโลก ทำงานร่วมกับชาวบ้านในหลายจังหวัด อาทิ กลุ่มทอผ้าบ้านกุดจิก จังหวัดสกลนคร , กลุ่มแม่บ้านตำบลบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ,ผ้าทอบ้านเขาเต่าหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และวิสาหกิจชุมชนคอตตอนดีไซน์ จังหวัดปทุมธานี

เฟ้นหาอัตลักษณ์ผ้าขาวม้าไทยในแต่ละท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นชัดเจน นำมาแปรเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าคอลเลกชั่นพิเศษ LALALOVE X PAKAOMA แล้วนำไปอวดสายตาชาวโลกที่รันเวย์ Amazon Fashion Week Tokyo 2017 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา สร้างความตื่นตาแกผู้ชม ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น




แฟชั่นโชว์ชุดนี้นำเอาเอกลักษณ์ลายตารางของผ้าขาวม้า มาแต่งแต้มกราฟิกร่วมสมัย ใช้สีสดใส และลายเส้นภาพวาดของศิลปินชั้นนำของไทยอย่าง โอ๋ ฟูตอง มาสร้างความน่าสนใจให้กับคอลเลกชั่นนี้ด้วย มีทั้ง จัมเปอร์  เสื้อยืด เลกกิ้ง บอมเบอร์ และชุดกระโปรงบานแต่งระบาย ลวดลายตารางของผ้าขาวม้า ใช้เทคนิคการผลิตสมัยใหม่เช่นการะพิมพ์ดิจิตัลลงไปบนผ้าอย่างสแปนเด็กซ์ และไลกร้า สำหรับชุดว่ายน้ำหรือชิ้นสตรีทแวร์ เลกกิ้ง และชุดว่ายน้ำ ที่ต้องการผ้าสังเคราะห์ซึ่งมีความยืดหยุ่น




งานนี้นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์อาชีพการทอผ้าขาวม้า สร้างมูลค่าให้กับสินค้าท้องถิ่นไทยที่หลายคนมองข้ามแล้ว ยังช่วยเสริมรายได้ให้กับชุมชน และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับคนทำงานสร้างสรรค์รุ่นใหม่ให้หันกลับไปมองสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมของไทยอีกด้วย

 

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “ผ้าขาวม้าของแต่ละท้องถิ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความเป็นมาเบื้องลึกที่หลากหลาย แต่สังคมโดยทั่วไปยังอาจไม่ได้รับรู้ในอนาคตเราอยากเห็นผ้าขาวม้าจากแต่ละชุมชน แต่ละหมู่บ้าน เป็นที่รู้จักแพร่หลาย มีการจดลิขสิทธิ์เพื่อสร้างความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มีการนำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นสินค้าได้หลากหลายประเภท และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องการให้ชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าทุกแห่งเกิดความรักสามัคคีและภาคภูมิใจภูมิปัญญาของตนเอง”

 

www.prsthailand.com

www.lalaloveworld.com



Summary

  • ประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) นำนักออกแบบที่มีประสบการณ์ มาช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่นไปสู่ตลาดโลก

  • การนำสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมของไทยมาใช้ เป็นอีกช่องทางในการสร้างมูลค่าให้กับสินค้า ไลฟ์สไตล์ในยุคที่ผู้บริโภคต้องการความออริจินอลของท้องถิ่นนิยม




Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
Creative Thailand
0 0